Monday, May 6, 2013
อย่าหนีและสู้ให้สุดชีวิตให้กับครอบครัวและตนเอง
สวัสดีครับ ...... วันนี้ผมกลับมาเขียนอีกครั้ง พวกท่านทั้งหลายคงเคยได้ยินคำพระท่านว่า "อย่าใช้ชีวิต ในทางที่ประมาท" ไม่ว่าเรื่องนั้นจะเกี่ยวข้องกับเรื่องอะไร ไม่ว่าเราจะไม่สบายมากเท่าไรก็ตาม ตราบใดเรายังมีลมหายใจอยู่จงคิดถึงแต่คนข้างหลังไม่ว่าจะเป็น ครอบครัวของท่าน หรือที่สำคัญที่สุดผู้ที่ให้ชีวิตท่านมาใช่แล้วครับ คุณพ่อและคุณแม่ของท่านนั้นเอง และถ้าท่านเป็นหัวหน้าครอบครัวแล้วละก็ต้องจำเป็นต้องคิดให้หนัก ผมเองก็เช่นกันทุกครั้งที่อาการที่ผมกำเริบและผู้อื่นต้องมาดูแลผม เมื่อหายดีทุกครั้งผมก็คิดว่าทำไมไม่ตายไปเลยจะได้ประหยัด ท่านครับ ผมเคยบอกแม่ของผมว่า "ผมตายไปก็ดี จะได้ประหยัด" คุณแม่ไม่ได้พูดอะไรกับ เพียงแต่บอกผมว่าไปทานข้าวเถอะ ผมแอบไปร้องไห้เลย วันนี้ผมมีครอบครัวที่ผมรัก เมื่อผมกลับมาเป็นอาการเดิม ผมก็กลับมาคิดอีกครั้งว่า ทำไมเราไม่ตายไปเลย แต่คราวนี้ไม่เหมือนเดิม ผมกลับมามองครอบครัว ผมมีลูกชาย 1 คน อายุ 2 ขวบกว่า ผมร้องไห้หนักกว่าเดิมและพยายามหยุดร้องและบอกกับตนเองว่า เราจะสู้เพื่อครอบครัวที่เรารักและลูกชายที่ผมรักที่สุดในชีวิต ท่านครับวันนี้ผมไม่ได้เพียงเล่าเรื่องผมและจบไปแต่ผมกำลังจะบอกกับทุกท่านว่าไม่ว่าท่าจะเป็นโรคร้ายแรงเพียงใดหรือจะเป็นหนี้มากมายขนาดไหนก็อย่าท้อแท้และสิ้นหวังโดยเด็ดขาด จงคิดอย่างเดียว "สู้ให้สุดชีวิตให้กับครอบครัวและัตนเอง" ขอให้ทุกท่านสมหวังและโชคดีครับ
Tuesday, January 29, 2013
อย่าลืมบุญคุณคน
สวัสดีครับกันอีกครั้ง วันนี้ผมจะมาเล่าเรื่อง "อย่าลืมบุญคุณ" ผมก็เป็นวิศวกร ได้มีโอกาสเจอบุคคลที่ได้ช่วยเหลือเรื่องการงานและช่วยชีวิต เมื่อประมาณ 3 ปีที่แล้วผมได้ไปทำงานส่วนตัว ณ ที่แห่งหนึ่งในจังหวัด ปทุมธานี ผมทำหน้าคุมงานและช่วยงานไปด้วย ประมาณช่วงบ่ายโมงผมก็รู้สึกเหนื่อยและได้เข้าไปพักห้องเก็บของ ณ บริเวณ ระหว่างนั้นเจ้าของบ้านซึ่งเป็นคุณหมอได้เข้ามาเจอผมพอดี โชคดีที่ท่านมีเมตตาวัดชีพจรของผม และได้บอกผมว่าชีพจรผมอ่อนมาไม่สามารถวัดได้ จึงให้พี่ช่างที่มาด้วยกันช่วยไปส่งผมไปที่โรงพยาบาลเพื่อรักษาตัวโดยด่วน คุณหมอจะไปเยี่ยมผมที่โรงพยาบาลแต่ผมได้ออกมาก่อนเพื่อมารักษาตัวต่อที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งซึ่งค่ารักษาไม่แพงมากจนออกจากโรงพยาบาล จากเรื่องที่กล่าวมา มีผู้มีบุคุณกับผมจำนวน 2 ท่าน คือ ท่านแรก คุณหมอ (เจ้าของบ้าน) และท่านที่สองคือ พี่ช่างที่ได้ช่วยผมไปส่งที่โรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน ไม่อย่างนั้นผมอาจจะไม่ได้มาเขียนให้ท่านผู้อ่านในวันนี้
เรื่องถัดมาก็คือ หลังจากที่ผมออกจากโรงพยาบาลผมก็วางแผนหางานทำแต่ก็ยังไม่มีงานทำในออฟฟิสก็เลยทำงานแบบฟรีแลนซ์ ผมทำงานไม่เกี่ยง พอดีผมได้ไปรับเหมางานปรับปรุงบ้านลูกค้าท่านหนึ่งและประสบผมสำเร็จก็ดีใจว่าคงจะสามารถทำงานนี้ได้เป็นอย่างดี ก็เลยรับงานต่อไป แต่คราวนี้พลาดครับโดนโกงครับ ก็เลยแย่มาก ๆ เลย ซึ่งตอนนี้ผมก็แต่งงานมาแล้วนะครับ มีลูก 1 คน ผมเครียดมากเลยไม่รู้จะทำอย่างไร พอดีนึกขึ้นได้ว่าเคยไปทำงานร่วมกับลูกค้าเก่ามาก่อนแต่ผมก็เคารพท่านและเรียกท่านทุกครั้งว่าคุณอา นั้นเลยเป็นเหตุให้ผมรีบไปหาคุณอาท่านี้และพูดกับท่านว่า คุณอาครับ ของานทำได้ไหมครับ คุณอาบอกว่า มาสิกำลังอยากได้คนทำงานอยู่พอดี ผมดีใจมากขอบคุณอาที่หใ้โอกาสผมและผมก็คิดว่าคุณอาซึ่งตอนนี้กลายมาเป็นเจ้านายผมเรียบร้อยแล้ว คุณอาก็เป็นท่านหนึ่่งที่ผมเคารพและยกย่องเป็นผู้มีบุญคุณกับผมและครอบครัวผมมากที่สุด ขอขอบคุณคุณอีกครั้งครับ ซึ่งบุคคลสุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุดที่มีบุญคุณท่วมหัวผมมากที่สุดนั้นก็คือ คุณแม่ ครับ ผมก็สุขภาพก็ไม่ดีเท่าไรหวังว่าถ้าผมไม่เป็นไรไปก่อนก็จะคอยดูแลท่านและครอบครัวของตนเองอย่างเต็มที่ตามที่กำลังจะอำนวย แต่ถ้าผมบุญไม่พอผมก็ขอไปตอบแทนในชาติต่อไปก็แล้วกันครับ
บุคคลที่ผมกล่าวถึงทั้งหมดนี้ คือบุคคลที่ผมจะเชิดชูและรักเคารพตลอดไป ท่านผู้อ่านละครับ ใครทำอะไรให้แม้ช่วยเหลือเพียงเล็กน้อยแต่ถ้าสิ่งนั้นสามารถช่วยเหลือท่านหรือครอบครัวท่านได้ก็จงอย่าอายไปเลยครับที่จะตอบแทนบุญคุณของคนที่ช่วยเหลือท่านไม่ว่าจะมากหรือน้อยก็ตาม.
Subscribe to:
Comments (Atom)